ซีรีส์เกาหลี Kairos 1 นาทีที่เขาและเธอจะสามารถ ‘แก้ไขอดีต’ เพื่อ ‘เปลี่ยนอนาคต’

ซีรีส์เกาหลี Kairos 1 นาทีที่เขาและเธอจะสามารถ ‘แก้ไขอดีต’ เพื่อ ‘เปลี่ยนอนาคต’ เรื่องราวของ Kairos เริ่มต้นขึ้นเมื่อลูกสาวอันเป็นที่รักของ คิมซอจิน (รับบทโดย ชินซองรก) ถูกลักพาตัวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในงานเลี้ยงสังสรรค์ของบริษัท เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้มันทำให้เขาและภรรยาอย่าง คังฮยอนแช (รับบทโดย นัมกยูริ) ถึงกลับเสียสูญ

แต่แล้ววันหนึ่งก็มีสายปริศนาโทรเข้ามาว่าจะส่งดาบินลูกสาวของเขากลับบ้าน แต่สิ่งที่ส่งกลับมากลับเป็นนิ้วของลูกสาวของเขาแทน และเมื่อตรวจสอบทางนิติเวชวิทยาแล้วก็สันนิษฐานได้ว่าลูกสาวของเขาเสียชีวิตก่อนถูกตัดนิ้ว ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสก็เข้าถาโถมคิมซอจินและภรรยาทันที จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำให้ภรรยาของเขาตัดสินใจกระโดดสะพานแม่น้ำฆ่าตัวตาย

ปล่อยให้ซอจินต้องทนทุกข์กับความทรมานเพียงคนเดียว แต่ในขณะที่ซอจินกำลังจะฆ่าตัวตายตามลูกสาวและภรรยา เสียงข้อความจากฮันแอรีก็ดังขึ้นมาทันที โดยเธอบอกกับเขาว่าเคยเห็นลูกสาวของเขาที่ถือตุ๊กตาแบบเดียวกับในรูปที่ซอจินส่งกลับมาทางข้อความ ในตอนที่เธอทักไปทวงโทรศัพท์คืน (เบอร์พระเอกปัจจุบันคือเบอร์ที่นางเอกเคยใช้แต่ทำหายในอดีต) ฮันแอรีจึงกลายเป็นความหวังใหม่ที่จะพาเขาให้กลับไปอยู่กับครอบครัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง พวกเขาจึงนัดเจอกันเพื่อพูดคุยแต่กลับไม่เจอกันในขณะนั้นซอจินก็รู้ได้ทันทีว่า สิ่งมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้นกับเขาอยู่ในตอนนี้ ฮันแอรีที่เขาคุยด้วยคือผู้หญิงที่อยู่ในอดีตที่ห่างจากเขาไป 1 เดือนก่อนที่ลูกสาวเขาจะหายตัวไป

ในขณะเดียวกัน ฮันแอรี (รับบทโดย อีเซยอง) นักศึกษาสาวที่ต้องเรียนและทำงานอย่างหนักเพื่อรวบรวมเงินมาจ่ายค่าผ่าตัดให้แม่จากการทำงานพาร์ทไทม์ ที่วันหนึ่งในขณะที่เธอกำลังจะไปเยี่ยมแม่กลับพบว่าแม่ของเธอได้หายตัวไปจากโรงพยาบาลอย่างลึกลับ ในขณะที่เธอรู้สึกหมดหวังกับการตามหาแม่ จึงคิดจะพึ่งทางออกสุดท้ายจากชายปริศนาที่อ้างว่าตัวเองอยู่ในอนาคตที่ห่างจากเธอไป 1 เดือนในการตามหาแม่ของเธออีกแรงหนึ่ง ชายปริศนาคนนั้นก็คือ คิมซอจิน คนที่เธอคิดว่าขโมยโทรศัพท์ของเธอไปนั่นเอง แต่เมื่อซอจินและแอรีร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงอดีตไปเรื่อยๆ อนาคตก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆเช่นกันซึ่งทุกการเปลี่ยนแปลง เราก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะดีหรือร้าย

เป็นซีรีส์ที่ตลอด 16 ตอนที่ไม่มีตอนไหนน่าเบื่อเลยแม้แต่นาทีเดียว แม้กระทั่งตอนสุดท้ายก็ยังมีปมให้เราได้ลุ้นและติดตามไปกันจบ เพราะมีการเล่นกับทฤษฎี Butterfly Effect การเปลี่ยนแปลงอดีตทุกครั้งแม้มันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ก็สามารถส่งผลกระทบกับปัจจุบันได้เช่นกัน ทำให้เราไม่สามารถคาดเดาอะไรภายในเรื่องได้เลยว่า ตัวละครจะทำอะไรต่อไป ฉากต่อไปจะเป็นแบบไหน หรือตอนจบจะลงเอยเช่นไร เนื้อเรื่องดูจะซับซ้อนมากพอสมควรแต่น่าแปลกตรงที่ว่ามันไม่ทำให้คนดูอย่างเรางงเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างมีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป และถูกทำให้เข้าใจได้อย่างง่ายดายผ่านบทพูดที่ตัวละครเฉลยออกมาและจากการทำให้เห็นภายในซีรีส์

ขอยกให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่มีบทยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี ทุกอย่างไร้ที่ติ ทุกอย่างถูกเก็บรายละเอียดได้อย่างเนียนกริ๊บ สามารถทำให้ปมประเด็นหลักในเนื้อเรื่องครึ่งแรกแตกต่างจากครึ่งหลังอย่างสิ้นเชิง (เหมือนดูซีรีส์ 3 เรื่องในเรื่องเดียว555) คนเขียนบททำได้อย่างไรกันเก่งมากกก ทุกตัวละครเต็มไปด้วยความฉลาดที่กินกันไม่ลง ทำให้เนื้อเรื่องมันพลิกไปพลิกมาเป็นสิบตลบเช่นนี้ตั้งแต่ต้นยันจบ จากโศกนาฎกรรมภายในครอบครัวสู่โศกนาฎกรรมระดับประเทศที่เต็มไปด้วยความเน่าแฟะที่คนบางกลุ่มอยากจะฝังลงดินให้สลายหายไปตามกาลเวลา เป็นเรื่องที่สามารถวาง Timeline ไว้แน่นมากไม่มีไหลออกนอกทะเลเลยแม้แต่นาทีเดียว

ใครจะไปเชื่อว่าเพียงแค่การพูดคุยของตัวละครเพียง 2 ตัว ภายในเวลาเพียง 0.59 วินาทีจะสร้างปรากฎการณ์ไม่คาดฝันหลายครั้งหลายคราเช่นนี้ แถมยังมีการแทรกอาการเดจาวูให้กับตัวละครในอดีตที่เดินมาถึงช่วงเวลาในอนาคตที่เคยเกิดความทรงจำอันเก่าไว้ด้วย เพราะฉะนั้นการทำให้มิติเวลาของทั้ง 2 คนมาบรรจบกันจึงไม่ใช่เรื่องยากเหมือนเรื่องอื่นๆ ความทรงที่ทำร่วมกันมาก็อยู่ครบถ้วนไม่มีส่วนไหนหล่นหาย เป็นการสร้างความสมเหตุสมผลให้กับบทได้อย่างแนบเนียน นอกจากนี้คนเขียนบทยังฉลาดล้ำขึ้นไปอีกระดับโดยการให้ตัวละครอย่างฮันแอรีและคิมซอจินใช้ความได้เปรียบที่ตัวเองรู้อนาคตก่อน ในการแก้ปมใหญ่ที่สุดของเรื่องต้นตอของเรื่องทั้งหมดเพื่อให้การติดต่อข้ามเวลาที่กำลังเป็นอยู่นี้จบลงเสียที

คิมซอจิน ภายในเรื่องเขาเป็นผู้ชายที่เพรียบพร้อมไปด้วยหน้าที่การงานที่มั่นคง ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบลูกสาวที่น่ารักและภรรยาที่ดูแลเอาใจใส่ แต่เรื่องที่เขามักจะให้ความสำคัญมาเป็นอันดับ 1 เสมอกลับไม่ใช่ครอบครัวแต่เป็น ‘งาน’ ทำให้เขามักจะละเลยลูกสาวตัวน้อยและภรรยาเสมอ แต่เมื่อลูกสาวของเขาหายไปทำให้เขาเรียนรู้ได้ทีละน้อยว่า ช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเขานั่นช่างน่าเสียดายเพราะแม้แต่เรื่องเล็กน้อยของลูกสาวเขายังไม่เคยรู้ ไม่เคยแม้แต่จะไปงานโรงเรียนของลูกด้วยซ้ำ และนิสัยของเขาที่ไม่คิดจะฟังใครเพราะยึดถือความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ทำให้เขาอาจจะทำอะไรบางอย่างที่ร้ายแรงลงไปอย่างไม่รู้ตัว แต่คิมซอจินโชคดีตรงที่เขายังมีโอกาสในการแก้ไขอดีตเพื่อทำให้ปัจจุบันดีขึ้น แต่ในชีวิตจริงนั่นเราไม่สามารถทำแบบคิมซอจินได้ เราจึงต้องมองไปข้างหน้าและทำแต่สิ่งที่ตัวเราเองจะไม่ย้อนกลับมาเสียใจในภายหลัง

นักแสดงในเรื่องนี้ปล่อยของกันแบบไม่มีใครยอมใครเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะตัวละครสมทบอย่างซึงยุน WINNER ในบทอิมกอนอุค ที่คอยสนับสนุนแอรีทุกอย่างเพราะเขาตกหลุมรักเธฮอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ว่าแอรีจะทำอะไรเขาจะเป็นคนคอยสนับสนุนและชี้นำแอรีอยู่เสมอ

You may also like

พลเรือนหลายสิบคนถูกสังหารหลังจากกลุ่มติดอาวุธโจมตีรถบัส

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ระบุ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 รายในภาคกลางของมาลี หลังกลุ่มติดอาวุธโจมตีรถบัสที่บรรทุกพลเรือนไปยังตลาด มือปืนไม่ทราบชื่อได้เปิดฉากยิงและสังหารคนขับ ก่อนจุดไฟเผารถบัส เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่กำลังเดินทางไปทำงานที่ตลาด การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งล่าสุดในการก่อความไม่สงบของญิฮาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วของมาลี

คนไร้บ้านในอังกฤษอาจพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี

จำนวนคนไร้บ้านในอังกฤษในช่วงคริสต์มาสนี้ อาจพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี องค์กรการกุศลซึ่งทำงานกับเด็กอายุต่ำกว่า 25 ปีคาดการณ์ว่าเด็กวัย 18-34 ปีกว่า 29,000 คนต้องเผชิญกับการไร้ที่อยู่อาศัยในปีนี้ มันกล่าวโทษการสิ้นสุดของงาน การจ่ายสินเชื่อสากลลดลง และค่าครองชีพที่สูงขึ้น เซ็นเตอร์พ้อยท์กำลังคาดการณ์ระดับสูงสุดในวันคริสต์มาสนี้

รามโภสะ วอนผู้ชายยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ขอให้ชายชาวแอฟริกาใต้มีบทบาทมากขึ้นในการป้องกันความรุนแรงจากฐานเพศในประเทศ ถ้าชายแต่ละคนรวบรวมชายสองคนและสามคนให้คำมั่นว่าจะไม่ข่มขืนผู้หญิงไม่เคยจับมือผู้หญิงและรับผิดชอบต่อคำมั่นสัญญานี้ เราสามารถเริ่มจัดการกับความรุนแรงทางเพศในประเทศของเราอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่กระทำความผิดเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว

Merkel กล่าวว่าเข็ม Covid ‘แย่กว่าทุกสิ่งที่เราเคยเห็น’

นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล กล่าวว่า การติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นครั้งล่าสุดนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าที่เยอรมนีเคยประสบมา และเรียกร้องให้มีข้อจำกัดที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อช่วยตรวจสอบการแพร่กระจาย

Back to Top