รัสเซียเรียกกลับเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐ

เพื่อป้องกัน “ความเสื่อมโทรมที่ไม่อาจฟื้นฟูได้” รัฐบาลมอสโกสั่งให้เอกอัครราชทูตประจำสหรัฐเดินทางกลับ “เป็นการชั่วคราว” สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ว่ากระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธ เรียกตัวนายอนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน ให้เดินทางกลับมายังกรุงมอสโก “เป็นการด่วนที่สุด” เพื่อ “ปรึกษาหารือ” เกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ

ทั้งนี้ รัฐบาลมอสโกยืนยันว่า การเดินทางกลับประเทศของอันโตนอฟ ไม่ใช่สัญญาณของการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต แต่ความสัมพันธ์กับรัฐบาลวอชิงตันในเวลานี้ “อยู่ในภาวะยากลำบาก” รัสเซียจึงประสงค์ป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายมากไปกว่านี้ หากสหรัฐยอมรับใน “ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง”
 
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัสเซียเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังสถานีโทรทัศน์เอบีซีออกอากาศเทปบันทึกการสัมภาษณ์พิเศษ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวในตอนหนึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับรัสเซีย ว่าเชื่อมั่นในรายงานของหน่วยข่าวกรอง ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน “พยายามอย่างยิ่ง” ที่จะ “เปลี่ยนแปลง” ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ปีที่แล้ว “เพื่อช่วยเหลือ” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐในเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ ผู้นำรัสเซียต้องยอมรับ “ผลพวงจากเรื่องนี้”
  
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามเกี่ยวกับแนวทางการตอบโต้ของรัฐบาลวอชิงตัน ว่าจะเป็นอย่างไรและเกิดขึ้นเมื่อใด ไบเดนตอบเพียงว่า “อีกไม่นานจะได้เห็นกัน” นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังเรียกผู้นำรัสเซียว่า “ฆาตกร” และเป็นคนเลือดเย็น จากข้อกล่าวหาการสั่งวางยาพิษนายอเล็กซี นาวัลนี แกนนำนักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้านทำเนียบเครมลิน

ผู้นำสหรัฐกล่าวถึงปูตินอีกว่า เขารู้จักอีกฝ่าย “ค่อนข้างดี” และประสบการณ์การทำงานทางการเมืองตลอดระยะที่ผ่านมาสอนเขาในเรื่องการเจรจากับผู้นำต่างประเทศ ว่า “ต้องรู้จักตัวตนอีกด้านหนึ่ง” ของคู่เจรจา ด้านนางเจน ซากี โฆษกหญิงทำเนียบขาว กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียในยุคของไบเดน “จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิง” เมื่อเทียบกับสมัยรัฐบาลทรัมป์
 
อนึ่ง สำนักงานผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ( โอดีเอ็นไอ ) ในกรุงวอชิงตัน เผยแพร่รายงานความยาว 15 หน้า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กล่าวหารัสเซียว่ามีความพยายามมากที่สุด ที่จะแทรกแซงการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐครั้งล่าสุด นอกจากนี้ยังพบความพยายามจากอิหร่านด้วย แต่ยังไม่ถือว่ามีความเข้มข้นเท่ากับปฏิบัติการของรัสเซีย ส่วนจีน “ไม่พบความเกี่ยวข้อง”

You may also like

กัมพูชาฉีดวัคซีนโควิดให้ประชาชนผ่านหลัก 1 ล้านคน

ภายในระยะเวลา 2 เดือน กัมพูชาฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับประชาชนได้มากกว่า 1 ล้านคน โดยภาครัฐได้มอบ “รางวัล” เป็นเงินเกือบ 40,000 บาท ให้แก่ผู้เข้ารับวัคซีนคนที่ 1 ล้านของประเทศด้วย

รีแพร์น้องสาว (Repair)

รีแพร์น้องสาว (Repair) การคบหาดูใจและการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน นอกจากความรัก ความเข้าใจแล้ว ความสุขทางเพศก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญ หากคุณและคนรักมีความสุขด้วยกันทั้งคู่ก็นับว่าโชคดี แต่บางคู่อาจมีปัญหาในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีสาเหตุมาจากผู้หญิงมีปัญหาช่องคลอดหลวม ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิงทุกคน เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจด้วย

สหรัฐฯพร้อมที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียสำหรับการโจมตีทางไซเบอร์

รัฐบาลสหรัฐฯมีกำหนดที่จะออกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียในวงกว้างตามรายงาน การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นการตอบโต้สำหรับการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่สหรัฐฯรวมถึงการกล่าวหาว่าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2020 การคว่ำบาตรดังกล่าวคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยมีเป้าหมายที่หน่วยงานของรัสเซียมากกว่า 30 แห่ง

การฉีดวัคซีนของอินเดียครอบคลุม 100 ล้านโดส

อินเดียกล่าวว่าประเทศนี้กลายเป็นประเทศที่เร็วที่สุดในโลก ในการให้วัคซีนโคโรนาไวรัสมากกว่า 100 ล้านโดสท่ามกลางการติดเชื้อระลอกที่สอง กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่าบรรลุผลสำเร็จใน 85 วันในขณะที่สหรัฐฯใช้เวลา 89 วันและจีน 102 วัน แต่ประเทศรายงานว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ต่อวันมากกว่า 150,000 รายและมีผู้เสียชีวิตรายใหม่มากกว่า 800 ราย

Back to Top