วิธีดูดเหนียงหน้าเรียว ที่ได้ผล 100%

วิธีดูดเหนียงหน้าเรียว ที่ได้ผล 100% ลดแก้ม (ให้หน้าเรียว) และลดน้ำหนัก (ให้หุ่นดี) ฟังดูแล้วมันก็ยากพอๆกัน ว่าไหมครับ? สมัยนี้ถ้าใครหน้าบาน เหนียงยาน แก้มใหญ่ มันก็เหมือนถูกฆ่าให้ตายทั้งเป็นเลย ก่อนที่จะเสียเงินไปกับค่าร้อยไหมและโบท็อกซ์ วันนี้จะมาแนะนำ 7 วิธี ลดแก้มให้หน้าเรียว ด้วยวิธีธรรมชาติ ที่ได้ผล 100%

ลดแก้ม ด้วยวิธีธรรมชาติ
ใครๆก็อยากมีหน้าเรียว สวย และเพอร์เฟกต์ กันทั้งนั้นแหละครับ แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ เรากินเยอะเกินไปจนน้ำหนักเกิน ไขมันก็เลยลามมาอยู่ตรงหน้าด้วย (จะถ่ายรูปแต่ละทีหามุมกล้องกันเป็นชั่วโมงๆ)

ออกกำลังกายที่หน้า
ใช่ครับ หน้าเราก็ต้องการการออกกำลังกายด้วย เพราะหน้าก็มีกล้ามเนื้อเหมือนกัน อีกอย่าง งานวิจัยชิ้นนี้ยังรายงานอีกว่า การออกกำลังกายที่หน้า สามารถช่วยปรับรูปหน้า ลดรอยเหี่ยวย่น และช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนนี้แข็งแรงขึ้น จึงเป็นการโทน (Tone) กล้ามเนื้อตรงหน้าไปในตัว

ดื่มน้ำเปล่าเยอะขึ้น
ร่างกายมนุษย์ประกอบไปด้วยน้ำมากกว่า 60% ดังนั้นถ้าอยากสุขภาพดี อยากลดไขมัน (ตรงหน้า) เราควรดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะเป็นเพศที่ดื่มน้ำน้อย ปริมาณที่ผมแนะนำคือ วันละ 2 ลิตร ครับ

ดื่มแอลกอฮอล์ (Alcahol) ให้น้อยลง
แอลกอฮอล์ คือ สาเหตุของปัญหาสุขภาพหลายอย่าง และปัญหาต้นๆที่มักพบจากการดื่มแอลแอฮอล์เยอะเกินไปคือ ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้นและบวมน้ำด้วย

แน่นอนว่า ถ้าเราดื่มไวน์แค่วันละ 1 แก้ว เราคงไม่เจอปัญหาน้ำหนักเกินแน่นอน แต่ถ้าเราดื่มวันละ 1-2 ขวด (คนเดียว) ปัญหาสุขภาพจะตามมาแน่นอน งานวิจัยยังรายงานด้วยว่า แอลกอฮอล์ 1 กรัม ให้พลังงานถึง 7 แคลอรี่ (มากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน) จึงส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้น

ต้องเพิ่มคาร์ดิโอ (Cardio) เข้าไปด้วย
เหตุผลที่ผมแนะนำให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน เดินเร็ว และว่ายน้ำ ฯลฯ เพราะงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ รายงานตรงกันว่า คาร์ดิโอสามารถเร่งให้ร่างกายเผาผลาญไขมันในร่างกายมากขึ้น

ลดแป้งและน้ำตาล
ผมว่าทุกคนคงรู้ดีแหละว่า ของกินพวก คุ๊กกี้ ขนมเค้ก กาแฟเย็น น้ำแดงโซดา ข้าวสวย ฯลฯ คือต้นเหตุของความอ้วน เพราะอาหารเหล่านี้ไม่ทำให้เราอิ่มท้อง แถมยังไปเร่งให้ร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้นอีก

ลดโซเดียม (Sodium) จากอาหาร
โซเดียม (Sodim) คือเกลือแร่ชนิดหนึ่งที่พบมากในเกลือ น้ำปลา และโดยเฉพาะอาหารแปรรูปตามร้านสะดวกซื้อ ถ้าร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ว่าจะเป็น ความดันโลหิต การทำงานของกล้ามเนื้อ และระบบประสาท ก็จะเป็นไปอย่างปกติ แต่ปัญหาของอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันนี้คือ มีโซเดียมสูงเกินไป โดยเฉพาะอาหารแปรรูป และเครื่องปรุงรสส่วนใหญ่

นอนให้เป็นเวลา
งานวิจัยพบว่า คนที่อดนอนจะมี ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูง ซึ่งฮอร์โมนนี้คือตัวก่อให้เกิดความเครียด ซึ่งจะมีผลด้านลบต่อสุขภาพหลายอย่าง และที่สำคัญฮอร์โมนนี้แหละครับ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากกินโน่นกินนี่ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงๆ ผลที่ตามมาคือ น้ำหนักเกินและร่างกายสะสมไขมันเพิ่มขึ้นจนลามไปถึงหน้า

You may also like

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เสด็จเยือนตะวันออกกลางครั้งแรกเป็นเวลาสองปี

มกุฎราชกุมารแห่งเวลส์และดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนครั้งแรกเป็นเวลาสองปี โดยจะเสด็จเยือนจอร์แดนและอียิปต์ในเดือนหน้าการเดินทางจะเยี่ยมชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และกิจกรรมทางศาสนาที่จะส่งเสริมความอดทนระหว่างศาสนาต่างๆ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความสำคัญของการศึกษาของเด็กผู้หญิงจะถูกเน้นในการเยือนทั้งสองประเทศในตะวันออกกลาง

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

เมื่อพลังงานที่ร่างกายได้รับมากกว่าพลังงานที่ใช้ออกไปส่งผลให้เกิดภาวะ “อ้วน” มีไขมันสะสมอยู่ในปริมาณมากกว่าปกติและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมา นอกจากนี้ภาวะอ้วนยังอาจเกิดจากพันธุกรรม เพศ อายุ ความเครียด การเคลื่อนไหวของร่างกายและพฤติกรรมการบริโภคอีกด้วย

Social Listening การฟังเสียงผู้บริโภคในสื่อสังคมออนไลน์

Social Listening การฟังเสียงผู้บริโภคในสื่อสังคมออนไลน์ Social Listening คือ การเก็บข้อมูลของผู้บริโภคที่อยู่บน Social Media เช่น Facebook, Instagram, Twitter และ Youtube เพื่อให้เราสามารถทราบได้ว่าใครกำลังพูดถึงสินค้า และบริการของแบรนด์เราบ้าง รวมทั้งสามารถทราบว่าพูดที่ไหน ใครเป็นผู้พูดผ่านคอมเมนต์บนแพลตฟอร์มโซเชียล โดยจุดประสงค์หลักคือ...

แนะเทคนิคสุดเริ่ดดูแลผิว ‘ยกกระชับ-เด้งได้’ ภายใต้ ‘หน้ากากอนามัย’

จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงดำเนินอยู่และยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงในเร็วๆ นี้ ทำให้ความกังวลใจของเรามุ่งเน้นไปที่เรื่องสุขอนามัยเป็นสำคัญ การรักษาความสะอาด ล้างมือบ่อยๆ หน้ากากอนามัยก็ต้องสวมตลอดเวลาเมื่อออกจากบ้าน ระมัดระวังตัว เว้นระยะห่าง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสตัวร้าย

Back to Top