แพ้ลิปสติกเกิดจากอะไร เลือกอย่างไรเพื่อดูแลริมฝีปากสวย

แพ้ลิปสติกเกิดจากอะไร เลือกอย่างไรเพื่อดูแลริมฝีปากสวย ลิปสติกสีสวยอาจช่วยแต่งแต้มริมฝีปากให้ดูดีขึ้น แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าหากใช้แล้วจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เพราะในเครื่องสำอางชนิดนี้อาจมีส่วนผสมอันก่อให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบ ผู้ที่แพ้ลิปสติกจึงควรเข้ารับการทดสอบผิวหนังเพื่อหาสาเหตุและเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ดังกล่าวได้อย่างตรงจุด รวมทั้งเรียนรู้วิธีเลือกซื้อลิปสติกที่เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อป้องกันริมฝีปากระคายเคืองหรือบวมอักเสบจากการแพ้

อาการแพ้ลิปสติกเกิดขึ้นได้อย่างไร

โดยทั่วไป ลิปสติกหรือผลิตภัณฑ์ทาปากมักมีส่วนผสมของสี น้ำหอม สารกันเสีย สารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก ส่วนผสมสำหรับกันน้ำ รวมทั้งสารเคมีอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มความแวววาว หรือทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์เรียบเนียน ส่วนประกอบเหล่านี้อาจทำให้ผู้ใช้มีอาการแพ้และส่งผลให้ริมฝีปาก บริเวณรอบ ๆ หรือมุมปากอักเสบแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรังได้

ผู้ที่แพ้ลิปสติกจนริมฝีปากอักเสบเฉียบพลันอาจมีตุ่มบวมพองเล็ก ๆ คล้ายลมพิษขึ้นมาทันทีหลังสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ในลิปสติก และอาจลามไปที่ใบหน้าและลำคอ ส่วนผู้ที่ริมฝีปากอักเสบเรื้อรังจะรู้สึกระคายเคือง แห้ง มีรอยแดง และอาจบวมเล็กน้อยที่ปาก โดยอาการเหล่านี้จะปรากฏภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังใช้ลิปสติกและคงอยู่เป็นเวลานานหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน นอกจากนี้ บางรายอาจมีอาการแพ้ในลักษณะอื่น ๆ ได้แก่ มีผื่นขึ้น ริมฝีปากดำคล้ำ อักเสบ และเกิดลมพิษ

แพ้ลิปสติกเกิดจากสารใดได้บ้าง

อาการแพ้ลิปสติกเป็นปัญหาผิวหนังบริเวณริมฝีปากที่พบได้มากที่สุดของผู้หญิง เนื่องจากลิปสติกและผลิตภัณฑ์ทาปากที่ใช้กันอาจมีส่วนผสมของสารก่อภูมิแพ้หลายชนิด อาจผสมน้ำหอมหรือสารโลหะในปริมาณมากเกินมาตรฐาน ส่วนผสมในลิปสติกที่ทำให้เกิดอาการแพ้ มีดังนี้

1. กรดริซิโนเลอิก (Ricinoleic Acid) เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำมันละหุ่งซึ่งใช้ในการทำลิปติกหรือผลิตภัณฑ์ทาปาก จัดเป็นส่วนผสมที่พบว่าทำให้เกิดอาการแพ้ลิปสติกและริมฝีปากอักเสบได้บ่อย

2. น้ำหอม เป็นส่วนผสมที่พบได้ในเครื่องสำอางหลายชนิด รวมถึงลิปสติก น้ำหอมที่ทำให้ผู้ใช้เกิดอาการแพ้นั้นมีไม่มาก ชนิดที่พบได้ในลิปสติก ได้แก่ ซิทราล (Citral) ซินนามาลดีไฮด์ (Cinnamaldehyde) วานิลลา (Vanilla) เป็นต้น

3. สารให้ความชุ่มชื้นและหล่อลื่น คือสารที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น มีส่วนประกอบของสารเคมีที่มีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ดีและทำให้ผิวลื่น อีกทั้งยังมีส่วนผสมของน้ำหอมและสารกันเสียรวมอยู่ด้วย

4. นิกเกิล (Nickel) เป็นสารเคมีประเภทโลหะในเครื่องสำอางที่ทำให้เกิดผื่นแพ้สัมผัสได้มากที่สุด

5. ยางสนมีคุณสมบัติเหนียว จึงถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายอย่าง สารก่อภูมิแพ้จากยางสนในลิปสติกที่พบได้มากคือสาร Glyceryl-1-Mono Abietate

6. โปรพอลิส (Propolis) เป็นส่วนผสมที่ทำมาจากน้ำลายผึ้ง ช่วยให้เนื้อลิปสติกหนาขึ้น สารก่อภูมิแพ้ชนิดนี้ที่พบได้บ่อยในลิปสติกมีหลายตัว เช่น ไขผึ้งธรรมชาติ ไขผึ้งสังเคราะห์ ไขผึ้งชนิด Cera Alba เป็นต้น

7. สารกันเสีย เป็นสารที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา ช่วยป้องกันผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางขึ้นราหรือเสื่อมสภาพ โดยสารกันเสียในลิปสติกที่มักก่ออาการแพ้คือโพรพิลแกลเลต (Propyl Gallate)

แพ้ลิปสติกดูแลรักษาได้อย่างไร

ผู้ที่ใช้ลิปสติกและเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองควรเข้ารับการทดสอบผิวหนัง (Patch Tests) เพื่อดูว่าอาการแพ้ เกิดจากสารเคมีหรือส่วนผสมตัวใด โดยแพทย์จะแปะแผ่นสารก่อภูมิแพ้ชนิดต่าง ๆ เช่น น้ำหอมหรือส่วนประกอบอื่น ๆ ที่พบในลิปสติกไว้ที่หลังของผู้ป่วยเพื่อตรวจดูปฏิกิริยาแพ้ เมื่อทราบว่าอาการแพ้ลิปสติกเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ชนิดใดแล้ว แพทย์จะแนะนำให้หยุดใช้ลิปสติกหรือผลิตภัณฑ์ทาปากที่มีส่วนผสมของสารนั้น ๆ อย่างไรก็ตาม อาการแพ้หรืออักเสบที่ริมฝีปากอาจเกิดจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย ผู้ป่วยควรเข้ารับการทดสอบผิวหนังอีกครั้งในกรณีที่ยังเกิดอาการแพ้หลังหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารก่อภูมิแพ้แล้ว

เลือกลิปสติกอย่างไรไม่ให้เกิดอาการแพ้

อาการแพ้ลิปสติกป้องกันได้โดยเลือกซื้อลิปสติกหรือผลิตภัณฑ์ทาปากที่มีส่วนผสมที่ปลอดภัย อ่อนโยนต่อผิว และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง รวมทั้งหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เสี่ยงแพ้ได้สูง ดังนี้

ส่วนผสมของลิปสติกที่ควรเลือก

– กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ทำให้ริมฝีปากไม่แห้งแตก
– เชีย บัตเตอร์ (Shea Butter) กลีเซอรีน (Glycerin) และลาโนลิน (Lanolin) เป็นส่วนผสมสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวมีสุขภาพดี ควรเลือกลิปสติกหรือผลิตภัณฑ์ทาปากที่ระบุว่ามีส่วนผสมเหล่านี้เป็นอันดับต้น ๆ บนฉลาก
– วิตามินบี 3 หรืออีกชื่อหนึ่งคือไนอาไซนาไมด์ (Niacinamide) เป็นสารที่ช่วยเพิ่มเกราะป้องกันผิว และช่วยลดรอยแดงจากการอักเสบได้

ส่วนผสมของลิปสติกที่ควรเลี่ยง

– กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) และเรตินอล (Retinol) ส่วนผสมเหล่านี้ทำให้ริมฝีปากแห้งและระคายเคือง ส่งผลให้ส่วนผสมหรือสารก่อภูมิแพ้ชนิดอื่น ๆ ในลิปสติกผ่านเข้าไปทำลายผิวหนังได้ง่าย และเกิดอาการริมฝีปากอักเสบในที่สุด
– น้ำหอม เสี่ยงทำให้ริมฝีปากอักเสบหรือเกิดอาการแพ้ ผู้ใช้จึงควรเลือกลิปสติกที่ปราศจากส่วนผสมชนิดนี้ โดยอ่านส่วนประกอบที่ระบุบนฉลากของผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง
– สารกันเสีย ควรเลือกใช้ลิปสติกและผลิตภัณฑ์ทาปากที่มีส่วนผสมของสารกันเสียจากธรรมชาติทดแทน เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้น้อยกว่า เช่น น้ำมันสะเดา เป็นต้น

You may also like

เคล็ดลับดีๆ ในการรับมือ โควิด19

เคล็ดลับดีๆ ในการรับมือ โควิด19 ข้อแนะนำเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่ทางการแนะนำในช่วงเวลานี้ คือการงดออกไปนอกบ้านหรือไปอยู่ในพื้นที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก แต่ผู้สูงวัยส่วนใหญ่ ยังจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอกบ้านหรือพบปะเพื่อนฝูงอยู่ตลอด ทำให้เสี่ยงต่อการที่จะติดเชื้อได้ ‘Social Distancing’ หรือ ‘การรักษาระยะห่างทางสังคม’ จึงเป็นวลีใหม่ที่สังคมกำลังให้ความสนใจ

รีแพร์น้องสาว (REPAIR)

รีแพร์น้องสาว (REPAIR) การคบหาดูใจและการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน นอกจากความรัก ความเข้าใจแล้ว ความสุขทางเพศก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญ หากคุณและคนรักมีความสุขด้วยกันทั้งคู่ก็นับว่าโชคดี แต่บางคู่อาจมีปัญหาในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีสาเหตุมาจากผู้หญิงมีปัญหาช่องคลอดหลวม ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิงทุกคน เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจด้วย

ทหารและตำรวจถูกส่งไปยังโรงเรียนในเอสวาตีนี

ทหารและตำรวจถูกส่งไปยังโรงเรียนต่างๆ ในเอสวาตีนี ซึ่งนักเรียนได้ประท้วงเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองเป็นเวลาหลายสัปดาห์ นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลายในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กลุ่มสุดท้ายของแอฟริกา ซึ่งเดิมเรียกว่าสวาซิแลนด์ ได้คว่ำบาตรชั้นเรียนและจัดฉากการประท้วงที่ไม่สำคัญในช่วงเดือนที่ผ่านมา

วางแผนเลือก ประกันสุขภาพ ฉบับคนงบจำกัด

วางแผนเลือก ประกันสุขภาพ ฉบับคนงบจำกัด ในเวลาที่เคราะห์หามยามร้าย โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ แต่เราสามารถวางแผนเตรียมรับมือกับเรื่องร้ายๆได้ ด้วยการย้อนกลับมามองดูที่ตัวเอง แล้วดูว่า หากวันนี้ เกิด… กับเรา เราจะสามารถที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้เพียงใด การเตรียมแผนรับมือกับเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องไม่มองข้าม วันนี้ลองมานั่งวิเคราะห์ดูครับ ว่าเราสามารถจัดการเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหนกัน

Back to Top